Visit KIPES 2014, Korea

 

ช่วงนี้ทำไม.......จึงมีงานแสดงการพิมพ์ทั่วเอเชียมากมาย ไล่มาตั้งแต่เอเชียตะวันออก,เอเชียใต้ มาถึง เอเชียอาคเนย์ ตั้งแต่เดือน สิงหาคม ถึงพฤศจิกายนนี้

KIPES 2014 (Korea International Printing machinery& Equipment show) 27-30 August 2014

Print Philippines2014. 11-14 September 2014

GASMA print 2014  24 - 27 September. 2014

All Print Indonesia2014& World of Digital Print. 25-28September 2014

TIGAX (Taipei International Graphic Arts Exhibition) 2-5 October 2014

VNPrint (Vietnam Int'l Packaging & Print Industry Exhibition.) 22-25 October 2014

Label Expo India 2014. 29 October - 1 November. 2014

All In Print 2014, Shanghai 14-17 November 2014

   ตามอัพเดทกันไม่ทัน  อย่างว่าแหละ ตลาดเกิดใหม่ในเอเชียทำให้ผู้จัดงาน,โรงงานผลิตเครื่องในยุโรป อเมริกา ญี่ปุ่น เกาหลี จีน รุมยุให้แต่ละประเทศจัดงานเพื่อมีโอกาสขายได้มากขึ้น
สำหรับตลาดไทยเรา ต้องยอมรับว่าปีนี้การพิมพ์ไทยเราค่อนข้างซบเซา โดยเฉพาะเดือนมิถุนายน ถึงสิงหาคม หากท่านติดตามข่าวเศรษฐกิจมาตลอด  เกือบทุกสำนักออกเป็นเสียงเดียวกันว่า ผู้บริโภคไม่มีกำลังซื้อและไม่กล้าใช้จ่าย  ภาคส่งออกไม่กระเตื้อง นักท่องเที่ยวหด หน้าแล้งชาวนาปลูกข้าวไม่ได้ โครงการใหญ่ของรัฐยังอยู่ในกระดาษ มีผลทำให้งานพิมพ์เราหดหายตาม เป็นโอกาสให้ท่านเจ้าของโรงพิมพ์มีเวลาพักผ่อน หลายท่านมองข้ามไปถึงปีหน้าว่าเศรษฐกิจคงยังไม่กระเตื้อง   พระสยามเทวาช่วยด้วย.......  ผู้เขียนว่า “ ตนเป็นที่พึ่งแห่งตน ”ดีที่สุด  แต่ในภาวะวิกฤตต่างๆย่อมมีโอกาสเสมอ

ผู้เขียนขอเขียนเรื่องเบาๆให้อ่านสบายใจดีกว่า

       ไปเกาหลีเที่ยวนี้  ได้มีเห็นโอกาสใหม่  คิดว่าน่าจะเป็นสินค้าในอนาคต(อาจสำหรับผู้เขียนก็เป็นได้) คือโรงงานผลิตจอสัมผัส Touch Screen และฟิล์มติดหน้าจอทีวีแอลอีดี เพื่อให้เห็นภาพ3มิติ โดยไม่ต้องใส่แว่นแบบดูในโรงหนัง และไม่เคยพลาดเรื่องได้ชิมอาหารใหม่ต่างแดน เที่ยวนี้เป็นอาหารทะเล กุ้งยักษ์ ส่วนดูงานแสดงการพิมพ์ KIPES กลายเป็นเรื่องรองไป

           เช้าวันที่29 ส.ค. 2557 Mr. Chang Ha In  วิศวกรฝ่ายค้นคว้าของบริษัท Woori N Tech มารับไปโรงงานเขา
เขาพาชมสายการผลิตซึ่งงานที่เขาผลิตจอ smart phone ให้กับหลายบริษัท. เขาเล่าว่าปัจจุบันจอทัชสกรีนเป็นแบบแผ่นฟิล์มชั้นบนและชั้นล่างและมีอากาศแทรกกลางทำให้แสงสะท้อนกระเจิง ทำให้ดูภาพบนจอบางจังหวะเห็นภาพไม่ชัดและโค้งงอไม่ได้ บริษัทเขากำลังพัฒนาระบบใหม่ LCM direct bonding ทำให้ไม่มีช่องอากาศระหว่างชั้นฟิล์ม และ ใช้ metal mesh ทำให้ต้นทุนการผลิตต่ำ จอโค้งงอได้ ภาพชัดเจนทุกมุมมองและhigh contrast คาดกันว่าจอสัมผัสนี้จะมีการใช้แพร่หลายทุกครัวเรือน เครื่องใช้ไฟฟ้า ทีวี คอมพิวเตอร์ ปุ่มเปิดปิดไฟ ฯลฯ ในอนาคตใกล้นี้



      ดูซิ...เขาทิ้งเราห่าง   นี่และประเทศเจริญแล้ว เรียนวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมมาก มีการค้นคว้าวิจัยจด ลิขสิทธิ์มากมาย ไม่ต้องใช้หยาดเหงื่อและแรงงานมาก คิดแล้วน่าอนาถใจ ไทยเราเมื่อปี 2513 เขาไม่พร้อมจัดเอเซียนเกมส์เพราะไม่มีงบ ไทยเราเลยจัดแทนเขา
หวังว่านโยบายของรัฐบาลเราจะทำ Digital Economic ทำให้เกิดได้เร็วไวเถอะ.......

            ช่วงบ่ายไปดูอีกโรงงานเป็นโรงงานผลิตฟิล์ม Hologram film แบบลอยตัว3 ระดับ (floating image hologram). บัตรประชาชนของมาเลย์เชียยังใช้ระบบนี้เขา เป็นโรงงานขนาดเล็กมีทีมงานเพียง10 กว่าคนเท่านั้นแต่ยอดขายมากกว่าเราที่มีคนทำงานเป็นร้อย ไม่ต้องทำงานหามรุ่งหามคํ่า. ตอนนี้เขากำลังพัฒนา 3D display สำหรับงานโฆษณาต่างๆ   

 แค่วันเดียว สองโรงงานนี้ทำให้เซลล์สมองของผู้เขียนที่มีอยู่น้อยนิดต้องทำงานหนักมาก รับอาหารสมองมากไป รู้สึกไม่ค่อยจะสมดุล เลยต้องรีบไปเติมอาหารปากท้องให้สมดุลกับอาหารสมองที่ได้รับมาเต็มวัน
ขอคุยเรื่องอาหารเกาหลีหน่อย ผู้เขียนยังไม่ใช่ลิ้นจระเข้ ขอแสดงความเห็นอาหารของเขาว่า “ คุณภาพดี แต่ขาดความละเมียด ”  ธันวาคมปีที่แล้วได้ไปเกาหลี เป็นช่วงหน้าเทศกาลหอยนางรมพอดี(เดือนพ.ย.ถึง ม.ค.ทุกปี) เป็นลาภปากผู้เขียน รวมเพื่อน3คน ล่อหอยนางรมหนึ่งถาดใหญ่ดังรูป



คนละสิบกว่าตัว เป็นแบบนึ่งหอยนางรมตัวเป็นๆพร้อมเปลือกใส่ถาดนึ่งวางบนเตาพนักงานเขาคอยคุมให้สุกกำลังดีจึงเปิดฝาออกพร้อมทาน เสียดายไม่ได้เตรียมนํ้าจิ้มชีฟูด แต่ที่เกาหลีแกล้มเหล้าขาว soju กับ กิมจิ พอหมดถาดหอยนางรมเพื่อนเกาหลีก็สั่งเบิ้ล หอยนานาชนิดอีกถาด ผวาหอยไปอีกนานเลยครับ
    ผ่านมา8เดือน เพื่อนพาไปท่าเรือประมง Incheon โชคดียังไม่ถึงหน้าเทศกาลหอยนางรม เลยได้ลองกุ้งยักษ์ ตัวนี้ตามในรูปน้ำหนัก 4.2 กก ราคา 140 USD. ถูกแพงแล้วแต่มุมมองของแต่ละท่าน ตามด้วยปูและหอยเป๋าฮื้อ.



เที่ยวนี้ดีหน่อย มี 5 หนุ่มใหญ่(ผู้เขียนหนุ่มน้อยสุด) ช่วยกันกิน  

         เอาล่ะเสร็จจากกินเบาๆแล้วเข้าเรื่องหนักเลยคืองานแสดงการพิมพ์ที่เกาหลี Kipes งานแสดงเขามี4วัน 27-30ส.ค. 2557ผู้เขียนเข้างานแค่วันเดียวคือวันสุดท้าย 30 ส.ค.57
      Kipes ครั้งนี้จัดเป็นครั้งที่20 ทุกๆ2ปีครั้ง สถานที่จัดคือ KINEX (Korea Exhibition Center) ขนาดHallพอกับที่ อิมแพค เมืองทองธานี ของไทยเรา อยู่ในเมือง Goyang ห่างจากกรุงโซลประมาณ 45นาที ไปมาสะดวก ใกล้เมือง PAJU Book City เป็นนิคมอุตสหกรรมการพิมพ์ที่สวยงามมากๆๆ จะแค่ไหน ชมเอาเองในweb pajubook city อยู่ใกล้ชายแดนเกาหลีเหนือ ถูกจับจองเต็มหมดในเวลาอันสั้น. หากมีโอกาสเขียนลงอีก จะเจาะลึกเรื่องนี้ให้อ่านเป็นแรงบันดาลใจให้กับทายาทโรงพิมพ์ยุคใหม่ และคนเรียนสถาปัตยกรรมน่าไปชมมากๆๆ

ผู้เขียนเคยมางานนี้เมื่อ 2 ปีก่อน  ขนาดพื้นที่แสดงคราวนั้น(อยู่ในhall 1,2) เทียบกับคราวนี้พอๆกัน(อยู่ในhall 7,8) จำนวนคนเข้าชมคราวนี้ประมาณ30,000คนพอๆคราวที่แล้ว ส่วนใหญ่เป็นลูกค้าภายในประเทศ เพราะเขามีโรงงานผลิตเครื่องจักร จึงนำมาร่วมแสดงค่อนข้างมากทำให้งานคึกคักแน่นหนากว่างานแสดงในเอเชียอาคเนย์ซึ่งเป็นการแสดงของตัวแทนล้วนๆ คราวนี้ไม่มีเครื่องพิมพ์ออฟเซทมาแสดง ส่วนมากเป็นเครื่องพิมพ์ digital inkjet , toner และอุปกรณ์หลังพิมพ์สำหรับงานพิมพ์ ดิจิตัล และเครื่องพิมพ์ฉลากไม่ว่าเกาหลี,จีน,ญี่ปุ่นมาร่วมแสดง.
     สิ่งใหม่ในงานนี้แฝงมาอยู่ในบูธของเครื่องหลังพิมพ์ดิจิตัล ก็คือ Cross Media มาใช้กับสิ่งพิมพ์และ smart phone ,tablet มีการสาธิตโปรแกรมสำหรับsmart phone นำมาสแกนโค้ดในงานพิมพ์ไดอารี่ ปฏิทินตั้งโต๊ะ เพื่อเชื่อมสิ่งพิมพ์ให้ใช้กับสื่อสมัยใหม่ smart phone ,tablet เพื่อให้เกิด Interactive Media (สื่อปฏิสัมพันธ์)
      ผู้เขียนได้เขียนในบทความเที่ยวลอนดอนแถมงาน IPEX14เมื่อ 4ฉบับก่อนคือเดือนมีนาคม57ต้นปีนี้ ได้พูดถึงเรื่อง สิ่งพิมพ์2มิติ แล้วใช้สมาร์ทโฟน แล้วโหลดแอปป์ มาเชื่อมโยงกับงานพิมพ์2มิติ ให้ได้ ภาพ3มิติ ย่อ ขยาย หมุน ใน smart phone ,tablet และแล้วเร็วกว่าที่คิด บ้านเรานิตยสารสารคดี ก็ได้นำมาใช้แล้วฉบับเดือน ก.ค. นำมาเล่นเรื่องแผ่นดินไหวที่เชียงราย. หนังสือหัวนอกฉบับภาษาไทยในฉบับเดือน ก.ค, ส.ค.57 ก็เล่นด้วยโดยโหลดAPP.maya แล้วสแกนจะได้ ดูหนัง ฟังเพลง ได้เลย   แม้แต่ช่วงนี้งานพิมพ์ประมูลปลายปี ไดอารี่ มีการใส่ spec.ให้ ไดอารี่ สื่อสารกับสมาร์ทโฟน เพื่อให้งานพิมพ์ไดอารี พูดได้ ภาพเคลื่อนไหว ภาพ3มิติ
   Cross media นี้มาเร็วกว่าที่คาดแต่จะฮิตติดตลาดไทยได้นานแค่ไหนขึ้นอยู่กับรสนิยมของแต่ละประเทศ

งานแสดง KIPES คราวนี้เขาแยกออกเป็น4ส่วนงานด้วยกันคือ



K Label งานแสดงเครื่องพิมพ์ฉลากและอุปกรณ์เกี่ยวข้อง เครื่องที่มาแสดงเป็นของเกาหลี จีน ญี่ปุ่น ส่วนอเมริกา ยุโรป ไม่มีเครื่องมาโชว์ ในรูป floor plan K Label บริเวณสีฟ้าอ่อน
K Digital  งานเเสดงเครื่องพิมพ์ดิจิตัล เครื่องที่มาแสดงเป็นของเกาหลี ญี่ปุ่น และอุปกรณ์หลังพิมพ์ของเกาหลีโชว์เต็มที่ เครื่องพิมพ์3Dของเกาหลีก็มาโชว์ในงานนี้ด้วย cross media โปรแกรมสำหรับ smart diary, smart calendar. ในรูป floor plan K Digital บริเวณสีชมพูอ่อน
KIPES  งานแสดงการพิมพ์ prepress, CTP, Plate, ink,อุปกรณ์หลังพิมพ์ ได-คัท ปั้มทอง ใส่ห่วงปฏิทิน ส่วนมากเป็นของเกาหลี ในรูป floor plan KIPES บริเวณ สีเหลืองอ่อน
K Pack งานแสดงบรรจุภัณฑ์ ในรูป floor plan บริเวณสีเขียวอ่อน โชว์น้อยมากทั้งๆที่บรรจุภัณฑ์ในเกาหลีขยายตัวอยู่มาก โชว์แค่เครื่องปะกล่องได-คัท




         งานแสดงการพิมพ์ในประเทศที่เจริญแล้วบรรยากาศและอารมณ์จะคล้ายๆกันไม่ค่อยหวือหวา เทียบกับประเทศกำลังพัฒนาผู้คนสนใจตื่นเต้นมากกว่าอย่าง จีน อินเดีย อินโดนิเชีย ไทย เวียดนาม ฟิลิปปินส์ แสดงว่าพวกเรายังมีอนาคตในอุตสาหกรรมการพิมพ์อยู่ ผู้เขียนจึงเข้างานKIPESแค่วันเดียว ไม่รู้จะดูอะไรดี แวะทานอาหารค่ำ  เนื้อย่างเกาหลี พร้อม กุ้งดิ้นคลุกเกลือ จนสุก ทรมานจริง เขาเอากุ้งเป็นๆมาใส่หม้อไฟที่มีเกลืออยู่พร้อมฝาปิด ร้อนได้ที่กุ้งจึงดิ้นจนเปลือกกุ้งกลายเป็นสีส้มเป็นอันว่าพร้อมกิน



       เช้าวันที่3เป็นวันอาทิตย์ที่ 31 ส.ค. ขออนุญาติพักผ่อนและขอออกกำลังกายในสวนสาธารณะเขา ขอเผาผลาญพลังงานสะสมจากอาหารหนักมาหลายมื้อ พื้นที่สวนในโกยางชิตี้นี้มีขนาดกว้างใหญ่กว่าสวนลุมฯของเราน่าจะเท่าตัว กว้างขวางปั่นจักรยานสบายมาก น่าอิจฉาเขา นี่เป็นชานเมืองกรุงโซล พื้นที่เล็กนิดเดียวใกล้ชายแดนเกาหลีเหนือแต่บริหารจัดการพื้นที่ได้เยี่ยม และเมืองใกล้กันคือ PAJU Book city
      วันจันทร์ที่ 1 ก.ย. ได้ไปชมโรงงานผลิตเครื่องทำถ้วยกระดาษ และโรงพิมพ์ทำถ้วยชามกระดาษ บ่ายชมโรงงานผลิตเครื่องปฎิทินซึ่งฝรั่งจ้างเขาผลิตและติดตราฝรั่งเอง



วันอังคารที่2ก.ย. ไปชมโรงงานเครื่องดัดใบมีดไดคัทและดัดป้ายโฆษณา และร้านรับจ้างทำแม่พิมพ์ไดคัท
สองวันหลังนี้ได้ไปเยี่ยมไม่ว่าจะเป็นโรงงานผลิตเครื่องหรือกิจการเกี่ยวข้องการพิมพ์ได้ความแตกต่างแต่ละที่มีคนทำงานน้อยลงใช้เครื่องออโต้มากขึ้น. เจ้าของกิจการบอกว่าเกิดproductivity มากขึ้นใช้เวลาน้อยได้งานมากขึ้น รูปแบบนี้พวกเราทุกคนรู้และเข้าใจขึ้นอยู่กับความของแต่ละท่าน


ขอแถมรูปการประกวดออกแบบสิ่งพิมพ์ของเกาหลีก่อนจบ


ของแถมอีกข้อหนึ่ง จากคูรูด้านการตลาด Dr. Philip Kotler ได้แสดงความเห็นต่อ สื่อสิ่งพิมพ์ว่า เขามีความเชื่อมั่นว่า  หนังสือพิมพ์ ก็ดี  Digital TV หรือ Social media ก็ดี  ต่างยังมีความจำเป็นต้องพึ่งพา ซึ่งกันและกันอยู่ หากนักการตลาดใช้สื่อต่างๆเหล่านี้ให้เป็นเครื่องมือเพื่อสร้างยอดขายอย่างจริงจัง  หนังสือพิมพ์  นิตยสารซึ่งหลายคนคิดว่าที่สุดกระดาษจะหมดไป สำหรับเขายังคงเชื่อมั่นว่ามันจะยังไม่หมดไป  สื่อต่างๆเหล่านี้คงจะอยู่ต่อไปและเกื้อหนุนกันได้ตามยุคสมัย ในงาน World Marketing Summit,  “ Better world through marketing “ Tokyo, Sep2014    (ข้อมูลจากไทยรัฐ วันที่ 6 ต.ค.2557)